การสังเคราะห์ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอก โดยนำมาจากไลโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (low density lipoprotein : LDL) ใน กระแสเลือด ไลโพโปรตีนประกอบด้วยโปรตีน ไขมันชนิดต่างๆ และคอเลสเทอรอล HDL มีคอเลสเทอรอลชนิดดี ส่วน LDL มีคอเลสเทอรอลชนิดเลว ทั้งนี้เพราะ HDL มีไขมันต่ำและคอเลสเทอรอลต่ำ ส่วน LDLมีไขมันและคอเลสเทอรอลมากกว่า ความหนาแน่นขึ้นอยู่กับปริมาณของไขมันและคอเลสเทอรอล ถ้าปริมาณไขมันมากความหนาแน่นจะต่ำ ถ้าปริมาณไขมันน้อยความหนาแน่นจะสูง คอเลสเทอรอลนับว่าเป็นไขมันประเภทหนึ่ง

การสังเคราะห์โพรเจสเทอโรน แอลโดรเจนและอีสโทรเจนจากคอเลสเทอรอล

 

การสังเคราะห์คอร์ติซอลจากคอเลสเทอรอล

 

แสดงการสังเคราะห์ฮอร์โมนของต่อมหมวกไตชั้นนอกจากคอเลสเทอรอล

 

        จะเห็นว่าคอเลสเทอรอล (คาร์บอน 27 อะตอม) จะถูกเอนไซม์คอเลสเทอรอล ดีสมอเลสเปลี่ยนมาเป็น เพรกนิโนโลน (pregnenolone [1]) แล้วเอนไซม์ 3เบตา-ไฮดรอกซีสเตรอยด์ ดีไฮโดรจีเนส (3β-hydroxysteriod dehydrogenase) จะเปลี่ยนเพรกนิโนโลนมาเป็นโพรเจสเทอโรน (progesterone [4]) ซึ่งจะถูกเอนไซม์ 21เบตา -ไฮดรอกซิเลส (21β-hydroxylase) เปลี่ยนไปเป็น 11-ดิออกซิคอร์ติโคสเตอโรน (11-deoxycorticosterone [7]) ในภายหลัง หลังจากนั้น 11-ดิออกซิคอร์ติโคสเตอโรนจะถูกเอนไซม์ 11-ไฮดรอกซิเลส (11-hydoxylase) เปลี่ยนไปเป็นคอร์ติโคสเตอโรน (corticosterone [9])

        นอกจากนี้เพรกนิโนโลนยังถูกเอนไซม์ 17แอลฟา-ไฮดรอกซิเลส (17α-hydroxylase) เปลี่ยนไปเป็น 17แอลฟา-ไฮดรอกซิเพรกนิโนโลน (17α-hydroxypregnenolone [2]) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเป็น 17แอลฟา-ไฮดรอกซิโพรเจสเตอโรน (17α-hydroxyprogesterone [5]) จากนั้น 17แอลฟา-ไฮดรอกซิโพรเจสเตอโรนจะถูกเอนไซม์ 21เบตา-ไฮดรอกซิเลสเปลี่ยนให้เป็น 11-ดิออกซิคอร์ติซอล (11-deoxycortisol [8]) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเป็นคอร์ติซอล (cortisol [10]) โดยเอนไซม์ 11-ไฮดรอกซิเลส

        ที่ต่อมหมวกไตส่วนนอกชั้นเรทิคูลาลิส เพรกนิโนโลน [1] จะถูกเอนไซม์ 17แอลฟา-ไฮดรอกซิเลส (17α-hydroxylase) เปลี่ยนไปเป็น 17แอลฟา-ไฮดรอกซิเพรกนิโนโลน (17α-hydroxypregnenolone [2]) แล้วจะถูกเอนไซม์ 17,20-ไลเอส (17,20-lyase) เปลี่ยนไปเป็นดีไฮโดรเอพิแอนโดรสเตอโรน (dehydroepiandrosterone [3]) จากนั้น ดีไฮโดรเอพิแอนโดรสเตอโรนจะถูกเอนไซม์ 3เบตา-ไฮดรอกซีสเตรอยด์ ดีไฮโดรจีเนสเปลี่ยนไปเป็นแอนโดสเตอนิไดโอน (androstenedione [6]) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเป็นเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย และอีสตราไดออลซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงได้ตามลำดับ