ตั้งแต่เกิดจนถึงจนถึงวัยรุ่นตอนปลาย มนุษย์จะเรียนรู้ทักษะในการดำรงชีวิต ได้แก่
การเกาะยืน หัดเดิน การขี่จักรยาน ฯลฯ การเรียนรู้ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับความทรงจำ ซึ่ง
เป็นความสามารถของสมองในการจัดเก็บและเรียกฟื้นข้อมูลจำนวนมากได้ การทำงานของ
สมอง โดยใยประสาทจะเกิดขึ้นมากน้อยหรือไม่เกิดเลยขึ้นอยู่กับประสบการณ์์ของชีวิต
การกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมในแต่ละช่วงวัยที่แตกต่างกัน รวมถึงอาหารที่สมบูรณ์เหมาะสม
ในวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโต  ซึ่งเป็นระยะที่จะสร้างใยประสาทได้รวดเร็วและง่ายกว่าผู้ใหญ่
และยิ่งถูกกระตุ้นใช้บ่อยๆ โดยประสาทสัมผัสจากอวัยวะรับสัมผัสในร่างกาย ได้แก่ หู ตา จมูก
ลิ้น และผิวหนัง ใยประสาทจะแข็งแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นข้อมูลที่ได้รับก็จะเดินทางได้เร็ว
ทำให้เรียนรู้ง่ายขึ้น เด็กก็จะฉลาดมากขึ้น
จากภาพเด็กทารกสามารถดึงตัวเองให้ลุกยืน
และก้าวขาออกเดิน แบบลองผิดลองถูกว่าก้าว
อย่างไรจะไม่ล้มและบันทึกประสบการณ์
ความทรงจำนั้นไว้

 

 

 

 

 

การขี่จักรยานเป็นอีกทักษะหนึ่งของชีวิตที่ต้องมีีการเรียนรู้

 

ภาพที่ 4.1 ตัวอย่างของการเรียนรู้: การเกาะยืน การขี่จักรยาน

 

         สมองจะเกิดการเรียนรู้ได้ต่อเมื่อเซลล์ประสาท 2 ตัว ส่งผ่านข้อมูลติดต่อซึ่งกันและกัน
ดังที่เราได้รับทราบมาแล้วในบทที่ 1 เมื่อมีข้อมูลผ่านเข้ามาบ่อยๆ จะทำให้จุดเชื่อมหรือ
ซิแนปส์ (synapse) แข็งแรง เซลล์ประสาทแต่ละตัวจะเชื่อมกัน 5,000 ถึง 10,000 ตัว
มีสายใยประสาทประมาณ 20,000 สายใยต่อเซลล์และมีจุดเชื่อมทั้งหมดประมาณ 50 ล้านๆ
จุด

 

  

 

ภาพที่ 4.2  ภาพเปรียบเทียบการซิแนปส์และการส่งข้อมูลไปตามใยประสาท
กับการส่งกระไฟฟ้า

         ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต สมองจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุดและจะพัฒนาการ
เคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยินเสียงก่อน โดยจะมีการสร้างสายใยประสาทจนถึงอายุ 10 ปี
และหลังจากนั้นจะปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจนถึงวัยชราใยประสาทยังคงเกิดขึ้นแต่น้อยลงทั้งนี้
ี้ขึ้นอยู่กับการกระตุ้น การใช้งานบ่อยๆ จากเหตุผลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เด็กๆ จะมีการเรียนรู้
เร็วกว่าผู้ใหญ่ ตัวอย่างเช่นการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่
ภาษาท้องถิ่น ต้องหมั่นฟัง อ่าน เขียน ยิ่งฝึกฝนทบทวนมากเท่าไรจะช่วยให้เรียนรู้ได้เร็วและ
จดจำคำศัพท์ต่างๆ ได้มากขึ้น

                
                                      

 

 ภาพที่ 4.3 ตัวอย่างการเรียนรู้ภาษาอื่นต้องฝึกฝนทั้งการฟัง อ่านและเขียน


           โดยปกติแล้วมนุษย์ใช้เซลล์ประสาทเพียงร้อยละ 5 - 10 ของเซลล์สมองทั้งหมดใน
การเรียนรู้แบบรู้ตัว (conscious) อีกร้อยละ 90 จะเรียนแบบไม่รู้ตัว (unconscious)
จากหลายการศึกษาพบว่า สมองจะเจริญเติบโตและมีการเรียนรู้ได้ดีเนื่องจากปัจจัยต่างๆ
ดังนี้

     1. สิ่งแวดล้อมทางสังคม ประสบการณ์การกระตุ้นต่างๆ การได้รับอาหารที่สมบูรณ์โดย
เฉพาะในระยะวัยเด็ก (อายุก่อน 10 ปี)

     2. การมีกิจกรรมทางสังคม เด็กจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นเมื่อมีการทำงานเป็นกลุ่มและมีความสนุก

     3. การสัมผัสอันอ่อนโยน อบอุ่นในการเลี้ยงดูหรือดูแล

     4. การมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อม

     5. การเล่นและการค้นหา (exploration) โดยเฉพาะในวัยเด็ก เพราะการเล่นช่วยให้สมอง
ถูกกระตุ้นด้วยการใช้ความคิดสิ่งต่างๆที่ท้าทาย ช่วยให้มีการพัฒนาสมอง

     6. การให้มีความเครียดน้อยที่สุดไม่ว่าในห้องเรียนหรือที่บ้านกล่าวโดยสรุป การมีปฏิกิริยา
ต่อสังคม การเลี้ยงดูอบรมที่ดี การสัมผัสที่อ่อนโยน การใช้สมองทำงานต่างๆ ที่ท้าทาย และ
การเล่นการทำกิจกรรมกลุ่ม จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง และการเรียนรู้อย่างมาก

      รู้ได้อย่างไรว่าปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของสมอง?



           มีการยืนยันจากผลการศึกษาวิจัยและทำการทดลองจ๊ะ ถ้าอยากรู้ลองคลิกดูซิ